Friday, July 13, 2007

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ADSL

สิ่งหนึ่งที่อดไม่ได้ที่จะพูดถึงการใช้งาน High Speed ด้วย ADSL MODEM และเป็นสิ่งที่ทางผมได้รับคำถาม เกี่ยวกับความเร็วของการใช้งานว่า เป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง ใช้แล้วคุ้มค่าหรือเปล่า ปัญหาเหล่านี้มีคำตอบให้ครับ..เกี่ยวกับความเร็ว ราคา ระหว่างผู้ใช้งานตามบ้านและองค์กรโดยทั่วไปการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL นี้จะมีการแบ่งประเภทของผู้ใช้บริการออกเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มผู้ใช้งานตามบ้าน และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจ ซึ่งการจัดแบ่งกลุ่มไว้ดังนี้ จะมีผลต่อความเร็วในการใช้งานจริง ทั้งนี้ขึ้นกับผู้ให้บริการจะมีการจัดสัดส่วนอย่างไร ตัวอย่างเช่น มีการจัดแบ่งสัดส่วน 1 ต่อ 50 (ที่ความเร็ว 256/128 kbps) นั่นหมายความว่า ถ้ามีผู้สมัครใช้บริการไม่เกิน 50 รายจะมีการปล่อยสัญญาณความเร็วที่ 256/128 kbps ซึ่งจะเป็นการแชร์ความเร็วในการทำงาน ซึ่งผลที่ได้คือ ถ้ามีการใช้งานพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน จะทำให้การใช้งานค่อนข้างช้าลง แต่ถ้ามีการใช้งานบางส่วนก็จะทำให้ความเร็วดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่คือเหตุผลว่า ทำไมราคาอินเตอร์เน็ต High Speed ตามบ้านจึงมีราคาถูกกว่าในองค์กร ** สัดส่วนการใช้งานสำหรับองค์กรอาจอยู่ที่ 1 ต่อ 5, 1 ต่อ 10 หรือ 1 ต่อ 20 ทั้งนี้ขึ้นกับผู้ให้บริการเป็นหลัก ดังนั้น ก่อนเริ่มสมัครใช้บริการ ควรสอบถามสักนิดดูก่อน อย่างนี้ควรใช้ High Speed หรือไม่หลายคนอาจมองเห็นว่า อย่างนี้ทางผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็ทำไม่ถูก หลอกลวงผู้ให้บริการ ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว ถ้าเทียบกับการใช้งาน modem ธรรมดาที่ความเร็ว 56 kbps นั้น มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังตัวอย่างเช่น
การใช้งาน modem 56 kpbs ก็ไม่เคยได้ความเร็วเต็ม 56 kpbs จริงๆ เช่นกัน
การใช้งาน ADSL เป็นการเหมาจ่าย คุณสามารถเล่นได้ไม่จำกัดเวลา ทั้ง Local และ Inter
การใช้งาน ADSL ไม่จำเป็นต้องเสียค่าโทรศัพท์รายครั้งเพิ่ม
การใช้งาน ADSL สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้พร้อมกัน รายละเอียดเบื้องต้นดังกล่างข้างต้นนี้ พอให้คุณๆ เปรียบเทียบได้แล้วน่ะครับว่า ยังไงก็คุ้มค่า ถึงแม้ว่าความเร็วในการใช้งานจะไม่แน่นอนก็ตาม แต่ถ้าสนใจความเร็วที่คงที่และค่อนข้างแน่นอน คงต้องไปใช้งานบริการที่เรียกว่า Leased Line กันแล้วครับ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว รับรองเผ่นหนีกลับแทบไม่ทันเลยทีเดียว... สำหรับปัญหาการใช้งาน High Speed ADSL MODEM เท่าที่ใช้งานมา มีเฉพาะในส่วนเริ่มต้นของการติดตั้งเท่านั้น คือต้องรอการเชื่อมต่อสัญญาณ ADSL ก่อน ถึงจะใช้งานได้ (แตกต่างการใช้ modem ธรรมดา คือซื้อมาแล้วสามารถใช้งานได้ทันที) แต่หลังจากนั้น ก็ไม่มีปัญหาจุกจิกอะไรมากวนใจเลย... อ้อ! มีบางปัญหาที่พบเกี่ยวกับการใช้งานแล้วหลุดบ่อยๆ เท่าที่ทราบอาจเป็นปัญหาจากสายโทรศัพท์ที่ชื้นมากเกินไป ซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อนข้างยุ่งยากในการแก้ไขมากพอสมควร

พื้นฐานเกี่ยวกับระบบเครือข่าย

เชื่อว่าทุก ๆ คนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับระบบเครือข่าย หรือ Network มาบ้างแล้ว เพราะจริง ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ก็มีการติดต่อสื่อสารถึงกัน โดยใช้ระบบเครือข่าย เช่น การโทรศัพท์พูดคุยกัน, การดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่การเบิก ถอนเงิน กับธนาคารด้วยเครื่องถอนเงินอัตโนมติ ATM และที่คุณกำลังอ่านข้อมูลผ่านทาง internet อยู่นี้ นั่นคือ คุณกำลังใช้งานในระบบเครือข่ายอยู่เหมือนกัน เราถือว่า internet เป็นระบบเครือข่ายที่ใหญ่มากที่สุดในโลก... สิ่งเหล่านี้พอจะทำให้คุณเข้าใจบ้างไหมว่า ระบบเครือข่ายมีประโยชน์มากมายเพียงใด? ประเภทของคอมพิวเตอร์
Main Frame ถือว่าเป็นระบบเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด มีราคาสูงมาก มักใช้กับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร เป็นต้น การดูแลจำเป็นจะต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ
Mini Computer or LAN คอมพิวเตอร์ขนาดกลาง เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ในธุรกิจขนาดกลาง ถึงขนาดเล็ก การลงทุนไม่สูงมากนัก ถือได้ว่าคอมพิวเตอร์ประเภทนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดในธุรกิจ SME
Personnel Computerคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เครือข่าย LAN กับ WAN
Local Area Network (LAN) คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสำหรับท้องถิ่น เช่นภายในตึกเดียวกัน
Wide Area Network (WAN) คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะไกล เช่นระหว่างเมือง หรือระหว่างประเทศ สำหรับระบบเครือข่าย หรือ Network ที่จะกล่าวต่อไป จะเน้นในระบบคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง หรือ LAN (Local Area Network)
Network System - ระบบเครือข่าย
ระบบเครือข่าย คือ การนำคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องมาต่อพ่วงกัน เพื่อใช้ในการสื่อสารถึงกัน ใช้ข้อมูลร่วมกัน รวมทั้ง ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน ทำให้ประหยัดทรัพยากรในการใช้งาน เช่น printer, harddisk เป็นต้น ระบบเครือข่าย ที่เป็นที่นิยมได้แก่ ระบบแลน (LAN : Local Area Network)
Peer to Peer ระบบเครือข่ายแบบ Peer to Peer เป็นระบบเครือข่ายขนาดเล็ก เหมาะสำหรับหน่วยงาน ที่มีคอมพิวเตอร์น้อยกว่า 10 เครื่อง ระบบ Peer to Peer นี้ คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง สามารถเข้าไปใช้ไฟล์ที่เก็บบนเครื่องไหนก็ได้ ซอรฟ์แวร์ที่ใช้คือ Windows for Workgroups, Windows 95,98,2000 การติดตั้งเพียงแต่เพิ่มอุปกรณ์ที่เรียกว่า Lan Card ในแต่ละเครื่องคอมพิวเตอร์ และมีต่อสายแลน เข้าไปสู่ อุปกรณ์ที่เป็นตัวกลาง ซึ่งเรียกว่า HUBข้อดีของการต่อแบบ Peer to Peer
ประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการต่อ Network แบบอื่น ๆ
สามารถแชร์ข้อมูล เครื่องพิมพ์ ของแต่ละเครื่องได้
ง่ายในการติดตั้ง และสามารถขยายต่อไปในอนาคตได้ดี
Client / Server ระบบเครือข่ายแบบ Client / Server มีคอมพิวเตอร์หลักเรียกว่า File Server (ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมในการเก็บข้อมูล ทำให้สะดวกในการบริหารข้อมูล) File Server นี้จะต้องเปิดทิ้งไว้ ห้ามปิดในระหว่างการใช้งาน ส่วนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปเราเรียกว่า Work Station สำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นในการติดต่อระบบเครือข่าย คือ สายเคเบิล และการ์ดเครือข่าย (LAN Card) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการไหล ของข้อมูล นอกจากนี้ยังต้องมี HUB ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการกระจายสัญญาณไปตาม Work Station ต่าง ๆซอร์ฟแวร์ที่เป็นที่นิยมในระบบเครือข่ายคือ Netware, Windows NT, Unix เป็นต้น ข้อดีของการต่อแบบ Client / Server
สามารถแชร์ข้อมูล เครื่องพิมพ์ ของแต่ละเครื่องได้
มีระบบ Security ที่ดีมาก
รับส่งข่าวสารในลักษณะของ Email ได้ดี
สามารถจัดสรร แบ่งปันการใช้ทรัพยากรได้จากจุดศูนย์กลาง